นิ่วในถุงน้ำดี กับ นิ่วในท่อน้ำดี ต่างกันอย่างไร?
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “นิ่วในถุงน้ำดี” และเข้าใจว่านิ่วก็คือนิ่วเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่บริเวณใด แต่จริงๆ แล้ว นิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในท่อน้ำดีมีความแตกต่างกันทั้งบริเวณที่เกิด สาเหตุ อาการ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมา นิ่วในถุงน้ำดี คือก้อนนิ่วที่เกิดขึ้นภายในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นอวัยวะขนาดเล็กที่อยู่ใต้ตับและทำหน้าที่เก็บน้ำดี ส่วน นิ่วในท่อน้ำดี คือก้อนนิ่วที่เข้าไปอยู่ในท่อน้ำดี ซึ่งเป็นทางเดินที่นำน้ำดีจากตับและถุงน้ำดีไปยังลำไส้เล็ก โดยนิ่วในท่อน้ำดีจำนวนมากเกิดจากนิ่วที่เดิมอยู่ในถุงน้ำดีแล้วเคลื่อนหลุดออกมาเข้าสู่ท่อน้ำดี สิ่งสำคัญคือ นิ่วบางคนอาจไม่มีอาการเลยและถูกพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ แต่หากก้อนนิ่วเคลื่อนตัวไปอุดกั้นทางเดินน้ำดี อาจทำให้เกิดอาการปวดและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ ท่อน้ำดีอักเสบ หรือตับอ่อนอักเสบได้
นิ่วในถุงน้ำดี
- บริเวณที่เกิด
นิ่วชนิดนี้ก่อตัวอยู่ ภายในถุงน้ำดี ซึ่งอยู่บริเวณใต้ตับ โดยถุงน้ำดีมีหน้าที่เก็บและทำให้น้ำดีเข้มข้นขึ้น ก่อนปล่อยน้ำดีเข้าสู่ลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร ก้อนนิ่วอาจมีได้ตั้งแต่ขนาดเล็กคล้ายเม็ดทราย ไปจนถึงก้อนที่มีขนาดใหญ่ และบางคนอาจมีนิ่วเพียงก้อนเดียวหรือมีหลายก้อนก็ได้
- ปัจจัยที่ทำให้เกิด
นิ่วสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อน้ำดีมีองค์ประกอบบางอย่างไม่สมดุล เช่น มีคอเลสเตอรอลหรือบิลิรูบินมากเกินไป หรือมีเกลือน้ำดีไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการตกผลึกและรวมตัวเป็นก้อนนิ่ว นอกจากนี้ หากถุงน้ำดีบีบตัวและระบายน้ำดีออกได้ไม่ดี ก็อาจเอื้อต่อการเกิดนิ่วได้เช่นกัน ปัจจัยบางอย่างอาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว เช่น น้ำหนักตัวเกิน การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว อายุที่เพิ่มขึ้น ประวัติคนในครอบครัว รวมถึงภาวะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง
- อาการที่พบ
นิ่วในถุงน้ำดีจำนวนหนึ่งอาจ ไม่แสดงอาการ และบางคนอาจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพหรือการตรวจด้วยภาพทางการแพทย์ หากนิ่วไปอุดกั้นทางเดินน้ำดี อาจเกิดอาการ เช่น
- ปวดบริเวณลิ้นปี่หรือชายโครงด้านขวา
- อาจปวดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง
- อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน
- ในกรณีที่มีการอุดกั้นของทางเดินน้ำดี อาจพบตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้ม
อาการปวดจากนิ่วมักเกิดบริเวณท้องส่วนบน โดยเฉพาะด้านขวา และอาจเกิดหลังรับประทานอาหารมื้อหนักได้
- ภาวะแทรกซ้อน
หากนิ่วอุดกั้นทางเดินน้ำดีเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น
- ถุงน้ำดีอักเสบ
- การติดเชื้อหรืออักเสบของระบบทางเดินน้ำดี
- นิ่วเคลื่อนเข้าสู่ท่อน้ำดี
- ตับอ่อนอักเสบจากนิ่ว
ดังนั้น หากมีอาการปวดท้องรุนแรง ปวดต่อเนื่อง มีไข้ หนาวสั่น ตัวเหลืองหรือตาเหลือง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
นิ่วในท่อน้ำดี
- บริเวณที่เกิด
นิ่วในท่อน้ำดี คือก้อนนิ่วที่อยู่ภายใน ท่อน้ำดี ซึ่งเป็นทางเดินที่ลำเลียงน้ำดีจากตับและถุงน้ำดีไปยังลำไส้เล็ก ตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เพราะหากก้อนนิ่วไปอุดกั้นท่อน้ำดี อาจทำให้น้ำดีไหลลงสู่ลำไส้ได้ไม่สะดวก และเกิดการคั่งของน้ำดีตามมา
- ปัจจัยที่ทำให้เกิด
นิ่วในท่อน้ำดีจำนวนมากเกิดจาก นิ่วที่ก่อตัวในถุงน้ำดีแล้วเคลื่อนหลุดเข้าสู่ท่อน้ำดี จากนั้นอาจไปติดอยู่บริเวณท่อน้ำดีและทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อทางเดินน้ำดีถูกอุดกั้น น้ำดีอาจไหลผ่านได้ไม่ดี ส่งผลให้เกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้ม และหากมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาจมีไข้หรือหนาวสั่นได้
- อาการที่พบ
อาการของนิ่วในท่อน้ำดีอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและระดับของการอุดตัน โดยอาจพบ
- ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่หรือท้องส่วนบน และอาจปวดร้าวไปด้านหลัง
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้ม
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- หากมีการติดเชื้อ อาจมีไข้และหนาวสั่น
อาการตัวเหลือง ตาเหลือง และปัสสาวะสีเข้มสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อการอุดตันของทางเดินน้ำดีทำให้น้ำดีไหลออกได้ไม่ตามปกติ
- ภาวะแทรกซ้อน
นิ่วในท่อน้ำดีควรได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการอุดตันอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น
- ท่อน้ำดีอักเสบหรือติดเชื้อ
- การอุดตันที่ส่งผลต่อการทำงานของตับ
- ตับอ่อนอักเสบจากนิ่ว หากนิ่วไปอุดบริเวณทางออกของท่อน้ำดีและท่อตับอ่อน
ภาวะเหล่านี้บางอย่างอาจมีความรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
แล้วทั้ง 2 แบบต่างกันอย่างไร?
แม้จะเป็น “นิ่ว” เหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันหลัก ๆ คือ ตำแหน่งของก้อนนิ่วและผลจากการอุดตัน
- นิ่วในถุงน้ำดี ก้อนนิ่วอยู่ในถุงน้ำดี และหากไม่ก่อให้เกิดการอุดตันหรืออาการ หลายคนอาจไม่มีอาการผิดปกติเลย
- นิ่วในท่อน้ำดี ก้อนนิ่วเข้าไปอยู่ในท่อน้ำดี ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำดี หากเกิดการอุดตัน อาจทำให้น้ำดีไหลไม่สะดวกและเกิดตัวเหลือง ตาเหลือง รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้