Bangpakok Hospital

สลายต้อกระจก… คืนความชัดให้ดวงตาอีกครั้ง

24 ส.ค. 2569

สลายต้อกระจก…คืนความชัดให้ดวงตาอีกครั้ง

การมองเห็นที่ไม่ชัดเจนอาจเป็นอุปสรรคของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ขับรถ มองหน้าจอ หรือแม้แต่การเดินขึ้นลงบันไดในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของอายุ สายตาเปลี่ยน หรือแค่ต้องเปลี่ยนแว่น แต่ในบางกรณี อาการมองไม่ชัดอาจเกิดจาก “ต้อกระจก” ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม

ต้อกระจก คืออะไร?

ต้อกระจกเกิดจากเลนส์ธรรมชาติภายในดวงตาเกิดความขุ่นมัว จากเดิมที่เลนส์ควรมีลักษณะใส ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ไม่ดีเหมือนเดิม ส่งผลให้การมองเห็นค่อยๆ ลดลง ต้อกระจกพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจัยบางอย่าง เช่น โรคประจำตัว การใช้ยาบางชนิด การได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา หรือปัจจัยอื่นๆ อาจมีส่วนทำให้เกิดต้อกระจกได้

อาการที่ควรสังเกต

  • มองเห็นไม่ชัด ภาพมัว หรือเหมือนมีหมอกบัง
  • มองเห็นแสงฟุ้งหรือแสงกระจาย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • รู้สึกไวต่อแสงหรือสู้แสงได้ยากขึ้น
  • สีที่มองเห็นดูซีดหรือไม่สดใสเหมือนเดิม
  • ค่าสายตาเปลี่ยนหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
  • มองเห็นไม่ชัดจนกระทบต่อการอ่านหนังสือ ขับรถ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน

หากอาการเหล่านี้ค่อยๆ เกิดขึ้นหรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรเปลี่ยนแว่นเพียงอย่างเดียวโดยไม่ตรวจหาความผิดปกติของดวงตา


การสลายต้อกระจก ทำอย่างไร?

ปัจจุบันการรักษาต้อกระจกสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมทดแทน โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ “การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง” หรือ Phacoemulsification



ขั้นตอนการรักษา

  1. เปิดแผลขนาดเล็ก
    แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณกระจกตา เพื่อเป็นทางเข้าสำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการรักษา
  2. สลายเลนส์ตาที่ขุ่น
    ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) ช่วยสลายเลนส์ต้อกระจกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำออก
  3. นำเลนส์ที่ขุ่นออก
    ดูดนำชิ้นส่วนของเลนส์ที่ขุ่นออกอย่างระมัดระวัง โดยคงถุงหุ้มเลนส์ไว้สำหรับรองรับเลนส์แก้วตาเทียม
  4. ใส่เลนส์แก้วตาเทียม (IOL)
    ใส่เลนส์แก้วตาเทียม หรือ Intraocular Lens (IOL) เข้าไปทดแทนเลนส์ธรรมชาติที่ขุ่น เพื่อช่วยให้แสงผ่านเข้าสู่ดวงตาและช่วยในการมองเห็น
  5. ดูแลและพักฟื้นหลังการรักษา
    หลังการรักษา ผู้ป่วยควรใช้ยาหยอดตาและปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงมาตรวจติดตามตามนัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวของดวงตา

หลังสลายต้อกระจก การมองเห็นจะเป็นอย่างไร?

หลังนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม การมองเห็นของผู้ป่วยมีโอกาสดีขึ้นและภาพมีความคมชัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพของดวงตา โรคตาอื่นๆ ที่มีร่วมด้วย ชนิดของเลนส์แก้วตาเทียม และปัจจัยอื่นๆ การตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ก่อนการรักษาจึงมีความสำคัญ เพื่อประเมินความเหมาะสม วางแผนการรักษา และเลือกเลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

อย่าปล่อยให้ความไม่ชัดเจน กลายเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิต

การมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่หากปล่อยให้อาการดำเนินต่อไป อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความปลอดภัยได้ หากเริ่มสังเกตว่ามองเห็นไม่ชัด ภาพมัว หรือมีอาการผิดปกติของดวงตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุและรับคำแนะนำในการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพราะการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่ได้ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น



 
Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.