สลายต้อกระจก… คืนความชัดให้ดวงตาอีกครั้ง
สลายต้อกระจก…คืนความชัดให้ดวงตาอีกครั้ง
การมองเห็นที่ไม่ชัดเจนอาจเป็นอุปสรรคของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ขับรถ มองหน้าจอ หรือแม้แต่การเดินขึ้นลงบันไดในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของอายุ สายตาเปลี่ยน หรือแค่ต้องเปลี่ยนแว่น แต่ในบางกรณี อาการมองไม่ชัดอาจเกิดจาก “ต้อกระจก” ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม
ต้อกระจก คืออะไร?
ต้อกระจกเกิดจากเลนส์ธรรมชาติภายในดวงตาเกิดความขุ่นมัว จากเดิมที่เลนส์ควรมีลักษณะใส ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ไม่ดีเหมือนเดิม ส่งผลให้การมองเห็นค่อยๆ ลดลง ต้อกระจกพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจัยบางอย่าง เช่น โรคประจำตัว การใช้ยาบางชนิด การได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา หรือปัจจัยอื่นๆ อาจมีส่วนทำให้เกิดต้อกระจกได้
อาการที่ควรสังเกต
- มองเห็นไม่ชัด ภาพมัว หรือเหมือนมีหมอกบัง
- มองเห็นแสงฟุ้งหรือแสงกระจาย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
- รู้สึกไวต่อแสงหรือสู้แสงได้ยากขึ้น
- สีที่มองเห็นดูซีดหรือไม่สดใสเหมือนเดิม
- ค่าสายตาเปลี่ยนหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
- มองเห็นไม่ชัดจนกระทบต่อการอ่านหนังสือ ขับรถ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
หากอาการเหล่านี้ค่อยๆ เกิดขึ้นหรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรเปลี่ยนแว่นเพียงอย่างเดียวโดยไม่ตรวจหาความผิดปกติของดวงตา
การสลายต้อกระจก ทำอย่างไร?
ปัจจุบันการรักษาต้อกระจกสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมทดแทน โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ “การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง” หรือ Phacoemulsification
ขั้นตอนการรักษา
- เปิดแผลขนาดเล็ก
แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณกระจกตา เพื่อเป็นทางเข้าสำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการรักษา - สลายเลนส์ตาที่ขุ่น
ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) ช่วยสลายเลนส์ต้อกระจกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำออก - นำเลนส์ที่ขุ่นออก
ดูดนำชิ้นส่วนของเลนส์ที่ขุ่นออกอย่างระมัดระวัง โดยคงถุงหุ้มเลนส์ไว้สำหรับรองรับเลนส์แก้วตาเทียม - ใส่เลนส์แก้วตาเทียม (IOL)
ใส่เลนส์แก้วตาเทียม หรือ Intraocular Lens (IOL) เข้าไปทดแทนเลนส์ธรรมชาติที่ขุ่น เพื่อช่วยให้แสงผ่านเข้าสู่ดวงตาและช่วยในการมองเห็น - ดูแลและพักฟื้นหลังการรักษา
หลังการรักษา ผู้ป่วยควรใช้ยาหยอดตาและปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงมาตรวจติดตามตามนัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวของดวงตา
หลังสลายต้อกระจก การมองเห็นจะเป็นอย่างไร?
หลังนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม การมองเห็นของผู้ป่วยมีโอกาสดีขึ้นและภาพมีความคมชัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพของดวงตา โรคตาอื่นๆ ที่มีร่วมด้วย ชนิดของเลนส์แก้วตาเทียม และปัจจัยอื่นๆ การตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ก่อนการรักษาจึงมีความสำคัญ เพื่อประเมินความเหมาะสม วางแผนการรักษา และเลือกเลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
อย่าปล่อยให้ความไม่ชัดเจน กลายเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิต
การมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่หากปล่อยให้อาการดำเนินต่อไป อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความปลอดภัยได้ หากเริ่มสังเกตว่ามองเห็นไม่ชัด ภาพมัว หรือมีอาการผิดปกติของดวงตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุและรับคำแนะนำในการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพราะการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่ได้ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น