Bangpakok Hospital

6 สัญญาณเตือนที่บอกว่า… คุณควรตรวจภายใน

13 ก.ค. 2569

 ทำไมผู้หญิงควรตรวจภายในเป็นประจำทุกปี? เพราะอาการเล็กๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้หญิงหลายคนมักคิดว่า "ถ้ายังไม่มีอาการ ก็ยังไม่จำเป็นต้องตรวจภายใน" แต่ในความเป็นจริง โรคทางนรีเวชหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น กว่าจะแสดงอาการ ความผิดปกติอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น

ดังนั้น การตรวจภายในเป็นประจำทุกปีจึงเป็นวิธีสำคัญในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้หญิงมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว นอกจากนี้ หากร่างกายมีอาการผิดปกติต่อไปนี้ ไม่ควรรอให้หายเอง แต่ควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย


1. มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ นอกเหนือจากรอบประจำเดือน

เลือดออกทางช่องคลอดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ใช่รอบเดือน ไม่ว่าจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอย เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังหมดประจำเดือน หรือเลือดออกระหว่างรอบเดือน ล้วนเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

อาการดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก
  • ฮอร์โมนผิดปกติ
  • การอักเสบของปากมดลูก
  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

แม้จะเป็นเพียงเลือดออกเล็กน้อย ก็ควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะโรคบางชนิดสามารถรักษาได้ง่ายหากพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

2. ปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกรานเป็นประจำ

อาการปวดท้องน้อยเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่หากปวดเรื้อรัง ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ควรได้รับการตรวจจากแพทย์

อาการดังกล่าวอาจเกิดจาก

  • ถุงน้ำรังไข่
  • เนื้องอกมดลูก
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • อุ้งเชิงกรานอักเสบ
  • โรคเกี่ยวกับรังไข่

หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และในบางรายอาจส่งผลกระทบต่อการมีบุตรในอนาคต

 

3. ประจำเดือนหรือตกขาวผิดปกติ

การเปลี่ยนแปลงของประจำเดือนหรือการมีตกขาวผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง

ตัวอย่างที่ควรสังเกต ได้แก่

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ประจำเดือนมานานกว่าปกติ
  • มีลิ่มเลือดจำนวนมาก
  • รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • ตกขาวมีสีเหลือง สีเขียว หรือปนเลือด
  • ตกขาวมีปริมาณมากกว่าปกติ

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการติดเชื้อ ความผิดปกติของฮอร์โมน เนื้องอกมดลูก หรือโรคของปากมดลูก ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

4. คลำพบก้อน หรือรู้สึกมีก้อนบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน

หากรู้สึกว่าท้องน้อยมีก้อน แน่นท้อง ท้องโตผิดปกติ หรือคลำพบก้อนด้วยตนเอง ควรรีบเข้ารับการตรวจ

ก้อนดังกล่าวอาจเกิดจาก

  • เนื้องอกมดลูก
  • ถุงน้ำรังไข่
  • ซีสต์
  • ก้อนในอุ้งเชิงกราน
  • โรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์

แม้ว่าก้อนหลายชนิดจะไม่ใช่มะเร็ง แต่การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม



5. ช่องคลอดมีกลิ่นผิดปกติ

ช่องคลอดมีกลิ่นผิดปกติ โดยเฉพาะกลิ่นรุนแรง กลิ่นคาวปลา หรือมีกลิ่นร่วมกับตกขาวผิดปกติ อาการคัน หรือแสบขณะปัสสาวะ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

สาเหตุที่พบได้ เช่น

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การติดเชื้อรา
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ภาวะเสียสมดุลของเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด

หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดการอักเสบลุกลามไปยังอุ้งเชิงกราน และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

 

หากไม่มีอาการ ยังจำเป็นต้องตรวจภายในหรือไม่?

คำตอบคือ "จำเป็น" โรคทางนรีเวชหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น มักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบโรคจากการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งที่ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ การตรวจภายในจึงไม่ได้มีไว้เฉพาะผู้ที่มีอาการ แต่เป็นการตรวจเพื่อค้นหาความผิดปกติก่อนที่โรคจะลุกลาม ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

การตรวจภายในช่วยตรวจหาอะไรได้บ้าง?

การตรวจภายในเป็นการประเมินสุขภาพของอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง โดยแพทย์สามารถตรวจหาความผิดปกติได้หลายด้าน เช่น

  • ความผิดปกติของปากมดลูก
  • มะเร็งปากมดลูก
  • ติ่งเนื้อหรือเนื้องอกมดลูก
  • ถุงน้ำรังไข่
  • การติดเชื้อในช่องคลอดและปากมดลูก
  • ความผิดปกติของมดลูกและอุ้งเชิงกราน

ในบางราย แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear หรือ HPV DNA Test) หรืออัลตราซาวด์ทางนรีเวช เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

 

ผู้หญิงควรเริ่มตรวจภายในเมื่อใด?

โดยทั่วไป ผู้หญิงที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรเข้ารับการตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงผู้ที่มีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจสุขภาพสตรีเป็นประจำทุกปี จะช่วยให้สามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษา และช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงในอนาคต




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.