Bangpakok Hospital

ไวรัสตับอักเสบ A B C แบบไหนอันตรายกว่ากัน?

22 พ.ค. 2569

เมื่อพูดถึง “ไวรัสตับอักเสบ” หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อไวรัสตับอักเสบ A, B หรือ C ผ่านหูมาบ้าง แต่ยังไม่เข้าใจว่าแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร บางคนคิดว่าเป็นโรคเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่จริงแล้วไวรัสแต่ละชนิดมีวิธีการติดต่อ ความรุนแรง และผลกระทบต่อสุขภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคไวรัสตับอักเสบบางชนิดอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความผิดปกติของตับอยู่ จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับแข็ง หรือมะเร็งตับในอนาคต

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เราป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม


ไวรัสตับอักเสบ คืออะไร?
ไวรัสตับอักเสบ คือ การติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับ ส่งผลให้ตับทำงานผิดปกติ ซึ่งตับถือเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย มีหน้าที่กำจัดสารพิษ สร้างโปรตีน และช่วยในการย่อยอาหาร หากตับเกิดการอักเสบต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งตับได้ แม้ไวรัสตับอักเสบจะมีหลายชนิด แต่ชนิดที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ A, B และ C

ไวรัสตับอักเสบ A
ไวรัสตับอักเสบ A มักติดต่อผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงสุขอนามัยที่ไม่สะอาด เช่น การล้างมือไม่ถูกสุขลักษณะ

ผู้ป่วยมักมีอาการเฉียบพลัน เช่น

  • มีไข้
  • อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง

แม้ไวรัสตับอักเสบ A จะไม่กลายเป็นโรคเรื้อรัง แต่ในบางรายอาจมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคตับเดิม

ข่าวดีคือ ปัจจุบันสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน และการรักษาสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร


ไวรัสตับอักเสบ B
ไวรัสตับอักเสบ B เป็นชนิดที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคตับเรื้อรัง

เชื้อสามารถติดต่อผ่าน

  • เลือด
  • การมีเพศสัมพันธ์
  • การใช้ของมีคมร่วมกัน
  • การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกระหว่างคลอด

ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการในช่วงแรก ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกาย แต่เชื้อสามารถทำลายตับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

หากปล่อยไว้นาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ

  • ตับอักเสบเรื้อรัง
  • ตับแข็ง
  • มะเร็งตับ

ปัจจุบันไวรัสตับอักเสบ B สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งถือเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรค


ไวรัสตับอักเสบ C
ไวรัสตับอักเสบ C เป็นอีกหนึ่งโรคที่ถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากแทบไม่มีอาการในระยะแรก

ส่วนใหญ่มักติดต่อผ่านเลือด เช่น

  • การใช้เข็มร่วมกัน
  • การสัก เจาะ หรือทำหัตถการด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด
  • การรับเลือดที่ไม่ได้มาตรฐานในอดีต

แม้ผู้ป่วยอาจดูแข็งแรงปกติ แต่เชื้อสามารถทำลายตับอย่างช้า ๆ และมีโอกาสกลายเป็นโรคเรื้อรังได้สูง

หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่

  • ตับแข็ง
  • ตับวาย
  • มะเร็งตับ

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ C ดังนั้นการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และการตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญมาก


แล้วไวรัสตับอักเสบชนิดไหน อันตรายที่สุด?
จริงๆ แล้วไวรัสแต่ละชนิดมีความอันตรายแตกต่างกัน

  • ไวรัสตับอักเสบ A มักไม่เรื้อรัง แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน
  • ไวรัสตับอักเสบ B และ C น่ากังวลกว่าในระยะยาว เพราะสามารถกลายเป็นโรคเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงของตับแข็งหรือมะเร็งตับได้

โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบ C ที่ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ จนกระทั่งตับเริ่มเสียหายแล้ว


สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
แม้หลายคนจะไม่มีอาการในระยะแรก แต่หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์

  • อ่อนเพลียง่าย
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้
  • ปวดท้องด้านขวาบน
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ

ป้องกันไวรัสตับอักเสบได้อย่างไร?

  • รับประทานอาหารและน้ำสะอาด
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
  • ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
  • ตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ
  • รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A และ B ตามคำแนะนำแพทย์

เพราะโรคตับหลายชนิดอาจเริ่มต้นแบบไม่มีอาการ การตรวจคัดกรองและการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายในอนาคตได้




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.