Bangpakok Hospital

ข้อควรรู้ในการดูแลตนเองก่อนและหลังผ่าตัดต้อกระจก

24 ก.พ. 2569

ต้อกระจกเป็นภาวะที่เลนส์ตาเสื่อมสภาพและขุ่นมัว ทำให้การมองเห็นลดลง มองภาพไม่ชัด สีซีดลง และอาจมีอาการแสงจ้าหรือเห็นภาพซ้อน การผ่าตัดต้อกระจกเป็นวิธีรักษาที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน โดยแพทย์จะนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์เทียมเข้าไปแทน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การผ่าตัดปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผู้ป่วยจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและดูแลตนเองหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อกระจก

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างและหลังผ่าตัด รวมถึงช่วยให้แพทย์สามารถทำการรักษาได้อย่างราบรื่น

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์
    ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยาประจำ ยาสมุนไพร หรืออาหารเสริม โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด แพทย์จะพิจารณาว่าควรหยุดยาชั่วคราวหรือไม่ เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกง่ายขณะผ่าตัด
  2. ทำความสะอาดเส้นผมและใบหน้าให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด
    การรักษาความสะอาดบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาจะช่วยลดปริมาณเชื้อโรค ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในช่วงการผ่าตัด
  3. งดการแต่งหน้าและทาสีเล็บในวันผ่าตัด
    เครื่องสำอางอาจปนเปื้อนเชื้อโรคและอาจรบกวนการประเมินสภาพร่างกายของแพทย์ ส่วนสีทาเล็บอาจบดบังการสังเกตสีผิวและระบบไหลเวียนโลหิต
  4. เลือกสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและถอดเปลี่ยนได้ง่าย
    ควรเลือกเสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นเกินไป เพื่อความสะดวกในการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและลดความไม่สบายตัวหลังผ่าตัด
  5. ควรมีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วยในวันผ่าตัด
    หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัว เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียจากยาที่ใช้ระหว่างผ่าตัด การมีผู้ดูแลจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางกลับบ้าน
  6. หากมีอาการผิดปกติบริเวณดวงตาในวันผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ทันที
    เช่น ตาแดง แสบตา มีขี้ตามาก หรือมีภาวะเยื่อบุตาอักเสบ อาการเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณาเลื่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดต้อกระจก

หลังการผ่าตัด แผลที่ดวงตายังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ผู้ป่วยจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงประมาณ 1 เดือนแรก

  1. หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าตาเป็นเวลา 1 เดือน
    น้ำอาจนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดเช็ดหน้าแทนการล้างหน้า
  2. สวมที่ครอบตาก่อนนอนประมาณ 1–2 สัปดาห์
    เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตาหรือกดทับแผลผ่าตัดขณะนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้แผลเปิดหรืออักเสบ
  3. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยอดยา
    การล้างมือเป็นวิธีสำคัญในการลดการนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตา
  4. ใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
    ควรหยอดยาที่เปลือกตาล่างครั้งละ 1 หยด แล้วหลับตาสักครู่เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดี
  5. หากมียาหยอดตามากกว่า 1 ชนิด ให้เว้นระยะอย่างน้อย 5 นาทีระหว่างแต่ละขวด
    เพื่อป้องกันไม่ให้ยาถูกชะล้างออกก่อนดูดซึม ยาหยอดตาทั่วไปมีอายุใช้งานประมาณ 1 เดือนหลังเปิดใช้
  6. งดสระผมด้วยการเทน้ำราดหรือใช้ฝักบัวโดยตรง
    ควรนอนสระหรือใช้ผ้าคลุมตาเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นเข้าตา
  7. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีฝุ่นหรือควัน
    เช่น การกวาดบ้าน การเผาขยะ หรือการทำอาหารในที่มีควัน เพราะอาจทำให้ดวงตาระคายเคืองและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  8. งดว่ายน้ำในสระหรือทะเลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
    น้ำในสระหรือทะเลอาจมีเชื้อโรคและสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของดวงตา

 

เหตุผลที่ต้องดูแลตนเองหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าการผ่าตัดต้อกระจกจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่หากดูแลไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อภายในลูกตา แผลผ่าตัดอักเสบ หรือการมองเห็นไม่ฟื้นตัวตามที่ควร การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยง และทำให้การมองเห็นกลับมาดีขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

การผ่าตัดต้อกระจกเป็นการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูการมองเห็นและคุณภาพชีวิต การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างเหมาะสม และการดูแลตนเองหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง มีความสำคัญไม่แพ้ตัวการผ่าตัดเอง ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาตรวจติดตามตามนัดทุกครั้ง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตารุนแรง ตามัวมากขึ้น หรือมีขี้ตามากผิดปกติ ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที



Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.