4 อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ที่หลายคนมองข้าม
ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กลายเป็นภัยสุขภาพใกล้ตัวที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเขตเมืองหรือช่วงฤดูที่มีมลพิษทางอากาศสูง ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจ และซึมผ่านเยื่อบุผิวหนังได้โดยง่าย หลายคนอาจคิดว่าได้รับผลกระทบแค่เรื่องระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ฝุ่นชนิดนี้สามารถกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย และก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้หลากหลายรูปแบบ
1. ระคายเคืองตา ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าระคายเคืองเยื่อบุตาได้โดยตรง ทำให้เกิดอาการ
- ตาแดง
- แสบตา
- น้ำตาไหล
- ตาแห้ง
- มองเห็นพร่ามัว
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ อาจมีอาการชัดเจนมากขึ้น หากได้รับฝุ่นในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตา และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาแห้งเรื้อรังได้
2. ผิวหนังอักเสบจากฝุ่น ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ส่งผลเฉพาะทางการหายใจเท่านั้น แต่ยังสามารถเกาะบนผิวหนังและซึมผ่านรูขุมขน ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ผื่นคัน
- ผิวแห้ง ลอก
- ผิวแดง
- ผิวอักเสบ
ในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หรือผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาการอาจกำเริบได้ง่าย หากต้องสัมผัสฝุ่นเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังเรื้อรังในระยะยาว
3. ระบบหายใจแปรปรวน ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ปอดส่วนลึก และบางส่วนอาจซึมเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ โดยอาการที่พบได้ ได้แก่
- ไอเรื้อรัง
- แน่นหน้าอก
- หายใจลำบาก
- เจ็บคอ
- เสียงแหบ
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง หรือผู้สูงอายุ อาการจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป และอาจกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบของโรคได้
4. อาการแพ้ฝุ่นโดยรวมของร่างกาย นอกจากอาการเฉพาะที่แล้ว ฝุ่น PM2.5 ยังส่งผลต่อร่างกายในภาพรวม ทำให้เกิดอาการ เช่น
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- เหนื่อยง่าย
- เวียนศีรษะ
- รู้สึกหายใจไม่สะดวก
อาการเหล่านี้มักเกิดร่วมกับอาการระคายเคืองอื่นๆ และจะเห็นได้ชัดในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือภูมิแพ้ ซึ่งอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
วิธีลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5
- สวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง
- ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
- ล้างหน้า ล้างมือ และอาบน้ำหลังกลับจากข้างนอก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกจากระบบทางเดินหายใจ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพกยาประจำตัว และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
เมื่อใดควรพบแพทย์
หากมีอาการไอเรื้อรัง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ตาอักเสบ หรือผื่นผิวหนังไม่หายภายใน 2–3 วัน หรืออาการรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินและรับการรักษาอย่างเหมาะสม