Bangpakok Hospital

รู้ทันอันตราย โรคหลอดเลือดสมอง

7 มี.ค. 2568

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองถูกขัดขวาง ส่งผลให้เซลล์สมองขาดออกซิเจน หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ โรคนี้ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นหนึ่งในภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยมีความพิการระยะยาวที่สุด ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองมีทั้งแบบควบคุมได้ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด การสูบบุหรี่ รวมถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น อายุ พันธุกรรม อย่างไรก็ตามการเฝ้าระวังอาการเบื้องต้นด้วยหลัก F.A.S.T. จะช่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้มากขึ้น

 

โรคนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. โรคหลอดเลือดสมองตีบ เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดสมองซึ่งอาจเกิดจาก
  • ลิ่มเลือดก่อตัวในหลอดเลือดสมองเอง เกิดจากการสะสมของไขมันและคราบหินปูน ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลงเรื่อยๆ 
  • ลิ่มเลือดหลุดจากที่อื่นแล้วไปอุดตันสมอง ลิ่มเลือดที่เกิดจากหัวใจ หรือส่วนอื่นของร่างกายถูกพัดมากับกระแสเลือด และอุดตันหลอดเลือดสมอง

 

  1. โรคหลอดเลือดสมองแตก เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกทำให้เลือดรั่วไหลไปทำลายเนื้อเยื่อสมอง ซึ่งแบ่งออกเป็น
  • เลือดออกในสมอง เลือดออกในสมองโดยตรง มักเกิดจากความดันโลหิตสูง
  • เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง เลือดออกบริเวณระหว่างสมองและเยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง มักเกิดจากหลอดเลือดโป่งพองแล้วแตก
 

สังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมองด้วยหลักการ F.A.S.T

เนื่องจากโรคนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การสังเกตอาการเบื้องต้นและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญ สามารถใช้หลักการ F.A.S.T ในการจดจำอาการที่อาจเกิดขึ้นได้

  • F – Face (ใบหน้า) ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตกข้างใดข้างหนึ่ง
  • A – Arms (แขน) แขนอ่อนแรง ยกแขนสองข้างขึ้นแต่ข้างหนึ่งตกลง
  • S – Speech (การพูด) พูดไม่ชัด พูดติดขัด หรือไม่สามารถพูดได้
  • T – Time (เวลา) รีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะการรักษาภายใน 4 ชั่วโมงแรกจะช่วยลดความเสียหายของสมองได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ ได้แก่

  • ความดันโลหิตสูง ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้
  • โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสูงทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบง่าย
  • ไขมันในเลือดสูง ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน
  • โรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจทำให้เกิดลิ่มเลือด
  • การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น
  • ขาดการออกกำลังกายและน้ำหนักเกิน เพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือด
  • ความเครียด ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
  • ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • เลิกสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและเค็มจัด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
  • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

 

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

  • การใช้ยาละลายลิ่มเลือด ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดสมองตีบ หากได้รับยาภายใน 4 ชั่วโมงแรก
  • การรักษาด้วยการขยายหลอดเลือด ใช้ขดลวดหรืออุปกรณ์พิเศษเข้าไปกำจัดลิ่มเลือด
  • การผ่าตัด สำหรับกรณีหลอดเลือดแตกที่มีเลือดออกในสมองมาก
  • กายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรง หรือสูญเสียความสามารถบางอย่าง

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การรู้จักอาการโรคผ่านหลักการ F.A.S.T จะช่วยให้สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ทันเวลา นอกจากนี้การดูแลสุขภาพและควบคุมปัจจัยเสี่ยงจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้ หากพบอาการผิดปกติ โทร 1669 สายด่วนฉุกเฉิน หรือ 1745 BPK HOTLINE เพื่อรับคำแนะนำและความช่วยเหลือทันที




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.