Bangpakok Hospital

ไขข้อข้องใจ กับไวรัสตับอักเสบ A

26 ก.พ. 2568

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายผ่านอาหาร น้ำ และการสัมผัสสิ่งปนเปื้อน แม้ไม่ทำให้เกิดโรคเรื้อรัง แต่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตได้ การป้องกันทำได้ง่ายด้วยการฉีดวัคซีน รักษาสุขอนามัย และเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด การรู้เท่าทันโรคจะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพของคุณและคนรอบข้าง

สาเหตุและการแพร่กระจายของไวรัสตับอักเสบเอ

เชื้อไวรัสตับอักเสบเอสามารถติดต่อได้ทางอาหาร น้ำ และการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากผู้ติดเชื้อโดยตรง ช่องทางการแพร่กระจายหลัก ได้แก่

  1. การรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ

    • อาหารที่ไม่สะอาด เช่น อาหารดิบ อาหารที่ปรุงไม่สุก หรือผักผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด อาจมีเชื้อไวรัสปนเปื้อน
  2. การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

    • ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยโดยไม่ล้างมือให้สะอาด อาจนำเชื้อไปแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้
  3. การใช้สิ่งของร่วมกัน

    • การใช้ช้อน ส้อม แก้วน้ำ หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อ
  4. การปนเปื้อนจากห้องน้ำสาธารณะ

    • ไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านอุจจาระของผู้ติดเชื้อ หากไม่มีการล้างมือหลังใช้ห้องน้ำ

 

อาการของไวรัสตับอักเสบเอ

อาการของโรคอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ยจะปรากฏอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-6 สัปดาห์ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้ต่ำ ๆ
  • ปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง

ในบางราย โดยเฉพาะในเด็ก อาจไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่ยังสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้

 

ภาวะแทรกซ้อนของโรค

แม้ว่าไวรัสตับอักเสบเอจะไม่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังเหมือนไวรัสตับอักเสบบีหรือซี แต่ในบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • ภาวะตับวายเฉียบพลัน (Acute Liver Failure)

    • พบได้น้อย แต่มีโอกาสเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคตับมาก่อน
  • ภาวะขาดน้ำและสารอาหาร

    • เนื่องจากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร

การวินิจฉัย

หากสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ แพทย์อาจทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจหา แอนติบอดีชนิด IgM anti-HAV ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อในระยะเฉียบพลัน

 

การรักษาไวรัสตับอักเสบเอ

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะสำหรับโรคนี้ แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถหายเองได้ภายใน 1-2 เดือน การดูแลรักษาจะเน้นที่การบรรเทาอาการ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เช่น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยาที่มีผลต่อตับ
  • รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์

 

วิธีป้องกัน

1. ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง และผู้ที่ควรฉีดวัคซีน ได้แก่

  • เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่ทำงานด้านอาหาร และสุขอนามัย
  • ผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค
  • ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง

2. รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังใช้ห้องน้ำ
  • เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกใหม่
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่ผ่านการกรอง หรือไม่สะอาด

3. หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน

  • อย่าใช้ภาชนะ ช้อนส้อม หรือแก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ




Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.